การใช งานส ตรและฟ งก ช นเอ กเซล2007 1 การใช งานส ตรและฟ งก ช นเอ กเซล2007 จ ดประสงค การเร ยนร 1. บอกล กษณะของส ตรและฟ งก ช นเอ กเซล2007 ได 2. สามารถใช งานต วด าเน นการพ นฐานของเอ กเซล2007 ได 3. อธ บายว ธ การป อน การแก ไขส ตรและฟ งก ช นได สาระการเร ยนร 1. ล กษณะของส ตรและฟ งก ช น 2. การใช งานต วด าเน นการพ นฐาน 3. การป อน การแก ไขส ตรและฟ งก ช น สาระส าค ญ โปรแกรมเอ กเซล2007 เป นหน งในโปรแกรมท ม ความสามารถส งในเร องการค านวณและการว เคราะห ข อม ลต างๆ และเป นท น ยมใช ก นอย างแพร หลาย เพราะใช งานและท าความเข าใจไม ยากจนเก นไปน ก โปรแกรมเอ กเซลได สร างเคร องม อส าหร บการค านวณไว ให ใช อย างง ายๆ เร ยกว า ส ตร (Formula) และ ฟ งก ช น (Function) เพ ยงแค กรอกข อม ลลงในเซลล ท ต องการหาผลล พธ แล วพ มพ ส ตรหร อฟ งก ช นลงไป ก จะ ได ค าตอบท ถ กต องอย างรวดเร ว การค านวณโดยการพ มพ สมการทางคณ ตศาสตร ต องพ มพ เคร องหมายเท าก บก อนเสมอ แล วจ งตาม ด วยล กษณะของสมการบรรท ดเด ยว ซ งจะต องม การอ างอ งเซลล ให ถ กต อง ถ าเป นการค านวณโดยการใช ส ตรส าเร จจากการแทรกฟ งก ช น ก ต องร จ กประเภทฟ งก ช นท จะแทรก และการเตร ยมข อม ลท ต องน ามาใช ก บส ตร ส วนการค านวณและการว เคราะห ข อม ล ได แก การค ดลอกส ตร การแทรกฟ งก ช นประเภทต างๆ โดยละเอ ยด
2 ล กษณะของส ตรและฟ งก ช น ส ตร (Formula) ค อ สมการทางคณ ตศาสตร ท สร างข นเพ อค านวณค าแล วแสดงผลการค านวณบน กระดาษท าการ (worksheet) ผ ใช ไม จ าเป นต องพ มพ ค าต างๆ หร อต วเลขจ านวนลงไปในเซลล เพ ยงแต ป อนส ตรเท าน น โปรแกรมจะท าการค านวณผลล พธ ท นท ถ าเปล ยนหร อปร บปร งข อม ลในเซลล ท อ างอ งไว ผลล พธ จะเปล ยนไปตามด วยเช นก น ส ตรเก ดจากเคร องหมาย ค าต วเลข ต าแหน งเซลล ท เก บข อม ลฟ งก ช น ของเอ กเซล หร อช อกล มข อม ลน ามาผสมก นเพ อให เก ดค าใหม เช น 25+18+8 หร อ =B9-C4+C5 เป นต น โครงสร างของส ตร เข ยนได ด งน การพ มพ ส ตรจะต องเร มต นด วยเคร องหมายเท าก บ (=) เสมอ ตามด วยช อเซลล หร อช วงเซลล และ ต วด าเน นการ (Operator) เช น บวก ลบ ค ณ หาร เป นต น ต วอย าง ส ตร ค อ =A1+A2 หมายถ ง น าข อม ลในเซลล A1 (50) บวกก บข อม ลท อย ในเซลล A2 (80) ผลล พธ ท ได ค อ 130.00 ในเซลล A3 ไม ใช พ มพ 50+50 แต เป นส ตร =A1+A2 ฟ งก ช น (Function) เก ดจากการน าเอาส ตรมาสร างเป นค าเฉพาะ เพ อใช ในการค านวณ เร ยกว า ต ว แปร โดยจะม ร ปแบบและโครงสร างเฉพาะ โครงสร างของฟ งก ช น แต ละฟ งก ช น ม ร ปแบบหร อโครงสร างการใช งานท ม ล กษณะคล ายคล งก น ค อ เร มต นด วยเคร องหมายเท าก บ (=) ช อฟ งก ช น ตามด วยเคร องหมายวงเล บเป ด ต วแปร เคร องหมายคอมม า (,) ค นแต ละต วแปร และจบด วยเคร องหมายวงเล บป ด ด งน =Function name(argument1, Argument2,...)
3 ค าอธ บาย ช อฟ งก ช น (Function name) ข นต นด วยเคร องหมายเท าก บ (=) และช อของฟ งก ช น เป นส วน ท บอกหน าท และว ธ การค านวณ เช น ฟ งก ช น AVERAGE หาค าเฉล ย, ฟ งก ช น COUNT ท าหน าท น บ จ านวน เป นต น วงเล บ ( ) ในท กฟ งก ช นต องม วงเล บต อท าย เช น SUM( ), AVERAGE( ), MAX( ) เป นต น อาร ก วเมนต (Argument) ค อ ส วนของข อม ลท ฟ งก ช นจะน าไปใช ประมวลผล ซ งอาจจะเป น เซลล อ างอ ง ต วเลขข อความ หร อค าตรรกะ เช น จร งหร อเท จ อาร เรย ค าความผ ดพลาด ส ตรหร อฟ งก ช นอ น ซ งแต ละฟ งก ช นจะต องการอาร ก วเมนต ท แตกต างก นออกไป ข นอย ก บร ปแบบของฟ งก ช นและจ านวนข อม ล ท จะใช บางฟ งก ช นอาจต องการอาร ก วเมนต มากกว า 1 ต ว เช น SUM(A1:A30) หร อ ROUND(A10,2) เป น ต น ถ าม หลายค า ต องใส เคร องหมายคอมม า (,) ต วอย าง การค านวณเง นผ อนรายเด อน โดยก เง นซ อรถยนต ราคา 650,000 บาท อ ตราดอกเบ ยร อยละ 3.75 ต อป (แบ งเป น รายเด อนใช 12 หาร) ระยะเวลาผ อนช าระ 60 เด อน ค าตอบซ ง ปรากฏในเซลล C6 ค อ 11,897.55 บาท เก ดจากการใช ส ตร ค านวณไม ใช พ มพ ต วเลขลงไปในเซลล ส ตรค านวณท ใช ค อ =PMT(C4/12,C5,-C3) ถ าเปล ยนต วเลข เช น จ านวนเด อนลดลงเป น 48 เด อน หร ออ ตราดอกเบ ยเพ มข น เป น 4% ค าตอบท ได ก จะเปล ยนไปด วย ข อก าหนดการเข ยนฟ งก ช น 1. ข นต นด วยเคร องหมายเท าก บ (=) เสมอ ตามด วยช อฟ งก ช น สามารถพ มพ ด วยต วอ กษรแบบ พ มพ เล กหร อพ มพ ใหญ ก ได 2. การเข ยนฟ งก ช นต องไม ม การย อหน าหร อเว นวรรค โดยต องพ มพ ส ตรต ดต อไปจนจบ 3. อาร ก วเมนต ท งหมดจะต องอย ภายใต เคร องหมายวงเล บ ( ) โดยพ มพ ต อจากช อฟ งก ช น อาร ก วเมนต แต ละต วจะค นด วยเคร องหมายคอมม า (,) 4. บางฟ งก ช นอาจม อาร ก วเมนต เพ ยงต วเด ยว หร อไม ม อาร ก วเมนต เลยก ได เช น =TODAY( ) 5. ใส เคร องหมาย คร อมบนอาร ก วเมนต ท เป นข อความเสมอ เช น =TEMEVALUE( 12:00 ) 6. ห ามใส เคร องหมายหร อส ญล กษณ ท ใช ก าหนดร ปแบบข อม ลประเภทต วเลข เช น $, & เป นต น
4 ต วด าเน นการพ นฐาน (Operator) ต วด าเน นการเป นต วท ระบ ชน ดของการค านวณค าว าจะให เก ดการค านวณในล กษณะใด เอ กเซลได จ ดกล มต วด าเน นการออกเป น 4 กล ม ด งน 1. ต วด าเน นการทางคณ ตศาสตร (Arithmetic Formula) ใช ส าหร บก าหนดปฏ บ ต การก บ ส วนประกอบของส ตร จะให ผลล พธ ท เป นต วเลขเสมอ ต วด าเน นการทางคณ ตศาสตร ได แก Operator ความหมาย ต วอย างการใช + การบวก 4+7 - การลบ 15-3 หร อ -6 * การค ณ 8*3.5 / การหาร 9/4 % ร อยละหร อเปอร เซ นต 3% (ม ค าเท าก บ 0.03) ^ เลขยกก าล ง 2^3 (หมายถ ง 2 ยกก าล ง 3) 2. ต วด าเน นการเปร ยบเท ยบ (Comparison Formula) ใช เปร ยบเท ยบค าสองค าให ผลล พธ เป น ค าตรรกะ(Logical value) ว าจร ง (true) หร อเท จ (false) อย างใดอย างหน ง ได แก Operator ความหมาย ต วอย างการใช = เท าก บ A1= B1 > มากกว า A1> B1 < น อยกว า A1< B1 >= มากกว าหร อเท าก บ A1>= B1 <= น อยกว าหร อเท าก บ A1<= B1 <> ไม เท าก บ A1<> B1 3. ต วด าเน นการเช อมข อความ (Text Format) ใช รวมข อความหร อเช อมข อความเข าด วยก น ข อความในท น อาจเป นต วอ กษรเพ ยงต วเด ยว ข อความท งประโยค หร อข อความท ไม ม ต วอ กษรอะไรเลยก ได ซ งเวลาเข ยนจะใช เคร องหมายค าพ ดป ดและเป ด " " ต ดก นด งน
5 Operator ความหมาย ต วอย างการใช & น าข อความต งแต 2 ข อความข อความ ข นไปมาต อเป นข อความเด ยวก น "บร ษ ท"& "อาหารไทย" หร อ A1&B1& C1 4. ต วด าเน นการอ างอ ง (Reference Formula) ใช รวมช วงเซลล ประกอบไปด วย เคร องหมาย ความหมาย ต วอย างส ตร : (เคร องหมายจ ดค ) เว นวรรค (Insection), (เคร องคอมม าหร อ จ ลภาค) อ างอ งช วงต งแต เซลล หน าจ ดค ถ งเซลล ส ดท ายท ระบ หล งจ ดค ก าหนดพ นท ท บก น 2 ช วงเอาข อม ลท ง 2 ช วง มาเช อมต อก น ต วด าเน นการส วนรวม โดยการรวมการอ างอ ง หลายๆช ดเข าด วยก น เป นการอ างอ งช ดเด ยว =(B1:B5) =SUM(B1:C1 D1:E5) =Sum(C1:C5,D7:D8) ล าด บการท างานของต วด าเน นการ ล าด บการค านวณเอ กเซลจะค านวณจากซ ายไปขวา ท งน เคร องหมายวงเล บ ( ) ม ความส าค ญท ส ด โดยโปรแกรมจะค านวณส งท อย ภายในวงเล บก อนท กคร ง และส ตรในเอ กเซลจะต องข นต นด วยเคร องหมาย เท าก บ (=) เสมอ ต วด าเน นการแต ละต วม ระด บความส าค ญไม เท าก น เช น ส ตร =2+3*5 เอ กเซลจะน า 2+5 (ได 5) แล วน าไปค ณก บ 5 จะได เป น 25 แต เคร องหมายค ณ * ม ระด บความส าค ญส งกว าบวก + โปรแกรมจ งน า 3*5 ก อน (ได 15) แล วจ งบวกก บ 2 ได เป น 17 ว ธ ท จะบ งค บให เอ กเซลค ดเหม อนท ต องการ ก ค อใส ( ) คร อมส วนท ต องการค านวณก อนเป น =(2+3)*5 ล าด บการท างานของต วด าเน นการ ม ด งน ระด บ Operator ค าอธ บาย 1 ( ) วงเล บ 2 : และ, จ ดค และจ ลภาค 3 - เคร องหมายท แสดงค าลบของต วเลข เช น 2 4 % เปอร เซ นต 5 ^ ยกก าล ง 6 * และ / การค ณ และการหาร 7 + และ - การบวก และการลบ
6 8 & น าข อความต งแต 2ข อความข นไปมาต อก นเป นข อความเด ยว 9 =,<,<= เท าก บ น อยกว า น อยกว าหร อเท าก บ 10 >,>=, < > มากกว า มากกว าหร อเท าก บ ไม เท าก บ การใช งานต วด าเน นการพ นฐาน การบวกและการลบ การบวกและการลบ เป นต วด าเน นการระด บเด ยวก น โดยจะประมวลผลค าจากซ ายไปขวา ม ว ธ การท า ด งน 1. พ มพ ข อม ลด งต วอย าง 2. คล กท เซลล C1 พ มพ ส ตรในเซลล ค อ =A1+B1-A2 3. ท แถบส ตรด านบนจะปรากฏส ตรข นมา กดเอนเทอร <enter> จะได ผลล พธ ค อ 14 ว ธ การค านวณ ส ตรจะรวมค าในเซลล A1 และ B1 (บวก) ได 23 แล วน าข อม ลในเซลล A2 มาลบออก ผลล พธ ค อ 14 แต ถ าเปล ยนต าแหน งต วด าเน นการเป น =A1-B1+A2 จะได ผลล พธ -16 ว ธ การค านวณค อ น าค า 8-15 ได เท าก บ -7 บวกด วย 9 เท าก บ -16 การค ณและการหาร การค ณและการหาร เป นต วด าเน นการระด บเด ยวก น ด าเน นการจากซ ายไปขวา ม ว ธ การท า ด งน 1. จากต วอย าง คล กเซลล ท จะพ มพ ส ตร C3 2. พ มพ ส ตรในเซลล ค อ =A3*B3/A4 3. หร อ พ มพ ส ตรท แถบส ตร เสร จแล วกดเอนเทอร <enter> จะได ผลล พธ ค อ -18 ว ธ การค านวณ โปรแกรมจะหาผลค ณของ A3 (11) ก บ B3 (-5) ได ผลล พธ -55 แล วน าข อม ลในเซลล B3 มา หารด วย A4 (3) ผลล พธ ค อ -18
7 การใช เลขยกก าล ง การใช เลขยกก าล ง ม ว ธ การท า ด งน 1. คล กท เซลล C2 2. พ มพ ส ตรในเซลล ค อ =A2^2 3. กดแป นเอนเทอร <enter> จะได ผลล พธ ค อ 81 ว ธ การค านวณ หาค ายกก าล งสองของค าท อย ในเซลล A2 (ค าค อ 9) ผลล พธ ท ได ค อ 81 การใช เคร องหมายวงเล บ เป นการใช ส ตรท ม เคร องหมายวงเล บอย ด วย ม ว ธ การท า ด งน 1. คล กท เซลล C5 2. พ มพ ส ตรในเซลล พ มพ ส ตรท แถบส ตร ค อ =A1*B2+A3/A4-B4^2 3. เสร จแล วกดเอนเทอร <enter> จะได ผลล พธ ค อ -5 ว ธ การค านวณ ยกก าล งสองในค า B4 ได 1 และค ณค าใน A1 (5) ก บ B2 (-2) ได -10 แล วหารค าใน A3 (18) ด วย ค าใน A4 (3) ได 6 เอา -10 บวกด วย 6 ได -4 แล วลบด วย 1 จะได ผลล พธ -5 การใช ต วด าเน นการหลายต ว เป นการใช ส ตรท ม ต วด าเน นการร วมก นหลายๆ ต วในส ตรเด ยว ม ว ธ การท า ด งน 1. คล กท เซลล C5 2. พ มพ ส ตรในเซลล พ มพ ส ตรท แถบส ตร ค อ =A1*(B2+A3)/(A4-B4)^2 3. เสร จแล วกดเอนเทอร <enter> จะได ผลล พธ ค อ 20 ว ธ การค านวณ บวกค า B2 และ A3 ได ผลล พธ 16 แล วลบค า A4 ด วย B4 ได เท าก บ 2 แล วยกก าล งสองได 4 ค ณ A1 ก บ 16 ได 80 เอา 80 หารด วย 4 ได ผลล พธ เท าก บ 20
8 การป อน แก ไขส ตรและฟ งก ช น การพ มพ ส ตรและฟ งก ช น สามารถพ มพ เคร องหมายและต วเลขท ต องการหาค าลงไปในเซลล ได โดยตรง เช น 5,200,800 หร อใช การอ างอ งเซลล เช น A1 B2 C3 หร อ จะใช ช อของช วงเซลล เช น ผลรวม (Total) ยอดส ทธ (Grand Total) ก ได ว ธ การพ มพ ส ตรค านวณ ว ธ ท ง ายท ส ดในการพ มพ ส ตร ค อ พ มพ ท กอย างลงไปเอง ไม ว าจะเป นช อเซลล ต วเลข หร อ เคร องหมายค านวณต างๆ 1. คล กเล อกเซลท จะใส ส ตรค านวณ 2. พ มพ เคร องหมาย = 3. พ มพ ส ตรโดยใช ช อเซลล หร อต าแหน งเซลล 4. กด Enter ก จะได ผลล พธ การป อนส ตรและฟ งก ช น การป อนส ตรและฟ งก ช น การพ มพ ส ตรและฟ งก ช น สามารถพ มพ เคร องหมายและต วเลขท ต องการหาค าลงไปในเซลล ได โดยตรง เช น 5,200,80 หร อการใช การอ างอ งเซลล เช น A1 B2 C3 หร อ จะใช ช อของช วงเซลล เช น ผลรวม (Total) ยอดส ทธ (Grand Total) ก ได ซ งแต ละว ธ ก ม ท งข อด และข อเส ย โดยสร ปการป อนส ตร และฟ งก ช นท าได 4 ว ธ ค อ 1. การพ มพ ค าต วเลขโดยตรง พ มพ ต วเลขท ต องการ ค านวณลงไปในเซลล เพ อให เอ กเซลค านวณค าโดยตรง เหม อนการ ใช เคร องค ดเลข เช น พ มพ ส ตร =7+8 ค าตอบท ได ค อ 15 ค าตอบท ได จะเป น 15 เสมอ ตราบใดท ไม ม การพ มพ เพ อแก ไขต วเลข หร อต วด าเน นการ 2. การอ างอ งเซลล ใช ช อเซลล เป นต วอ างอ งในการค านวณ โดยจะค าน งถ งว าในเซลล ม ต วเลข ใด เช น =A1+A2 หมายความว า ให ค านวณและแสดง ผลล พธ ข อม ลท อย ในเซลล A1 และ A2 (บวกก น) ถ าต วเลขในเซลล เป น 20 และ 10 ผลล พธ ค อ 30 เม อเปล ยนต วเลขในเซลล เป น 3 และ 6 ผลล พธ ค อ 9 โดยอ ตโนม ต โดยไม ต องเปล ยนส ตรแต จะปร บค า การอ างอ งตามส ตร
9 3. ช อของช วงเซลล เป นการก าหนดช วงของข อม ลแล วต งช อไว เฉพาะ สามารถใช ช อ ของช วงข อม ลด งกล าวมาค านวณได เช น ก าหนดให เซลล A1 แทนราคาส นค า เซลล B1 เป นอ ตราภาษ (ร อยละ) เซลล C3 พ มพ ส ตร =A2*B2 หร อ ถ าต ง ช อเซลล A1 เป น Price และ B1 เป น Vat พ มพ ส ตร =Price*Vat ก จะได ค าตอบเช นเด ยวก น 4. ช วงของเซลล ส ตรหร อฟ งก ช นบางคร งจะต องอ างอ งถ ง ช วงของเซลล หร อกล มเซลล ท อย ต ดก น โดยปกต จะบอกช อเซลล แรก แล วค นด วยเคร องหมาย : ตามด วยช อเซลล ส ดท าย เช น (A1:A5) และอย ในเคร องหมายวงเล บ เช น (C1:C5) การอ างอ งเซลล ในส ตร ในเอ กเซลร ปแบบการอ างอ งเซลล (Cell Reference) เป นส งท ส าค ญมาก เช น A1, $A$1, $A1 หร อ A$! ซ งร ปแบบการอ างอ งเซลล ท ต างๆ เหล าน ม ผลต อการเข ยนส ตรค านวณหร ออ างอ งข อม ลว าต องการให เซลล อ างอ งในส ตรน นอย คงท หร อเปล ยนต าแหน งไป ถ าเราเล อกร ปแบบการอ างอ งได เหมาะสมแล ว จะท า ให การเข ยนหร อแก ไขส ตรต างๆเป นไปได อย างรวดเร ว เพราะสามารถเข ยนส ตรแค คร งเด ยวแล วค ดลอกไป ใช ในเซลล อ นๆได ท งตาราง การอ างอ งเซลล ในส ตร (Cell references) แบ งออกเป น 3 ล กษณะ ค อ 1. การอ างอ งเซลล แบบส มพ ทธ หร อผ นแปร (Relative References) หมายถ ง การน าส ตรท ก าหนดใช ก บเซลล บางเซลล ไปค ดลอก (copy) ลงในเซลล อ น โดยให เปล ยนเซลล ไปโดยอ ตโนม ต ไม ม เคร องหมาย $ เลย เช น ถ าให C3 เป นผลล พธ ของ A1+A2 ถ าค ดลอกส ตรน ไปท เซลล B3 ก จะเป นผลล พธ ของข อม ลท อย ในเซลล B1+B2 เป นต น เอ กเซลจะมองหาเซลล ท อย ด านบนหน งเซลล และเซลล ท อย ด านล างหน งเซลล เม อท าการค ดลอกส ตรในเซลล เอ กเซลจะปร บการ อ างอ งย งเซลล ถ ดมาให โดยอ ตโนม ต จากต วอย างในเซลล B2 ใช ส ตร ค อ =A2 ซ งจะได ค าตอบ ค อ 200 เม อค ดลอกมาย งอ กเซลล หน ง ค อในเซลล B3 จะได ส ตร =A3 โดยส ตรจะย งคงอ างอ งถ งเซลล ด านบน หน งเซลล และเซลล ด านซ ายหน งเซลล เช นเด ม
10 2. การอ างอ งเซลล แบบส มบ รณ หร อคงท (Absolute References) เป นการก าหนดไม ให ม การ เปล ยนแปลงการอ างอ งเซลล เม อท าการค ดลอกส ตร โดยการใช เคร องหมาย $(Dollar sign) ท งต าแหน ง อ างอ งคอล มน และแถว เช น $A$1 เหมาะส าหร บส ตรท ม การอ างอ งค าคงท เช น เซลล ท แทนอ ตรา ภาษ ม ลค าเพ ม 7% เวลาค ดลอกเซลล น ไป ต าแหน งเซลล อ างอ งท อย ในส ตรจะไม เปล ยนแปลง ถ าต องการ ยกเล กการอ างอ งเซลล แบบส มบ รณ ให ลบเคร องหมาย $ ออกไป 3. การอ างอ งเซลล แบบผสม (Mixed References) ค อ การอ างอ งข อม ลส ตร โดยท การตร งค า เซลล ท อ างอ งไว ในส ตรเพ ยงบางส วน ด งน นเม อม การค ดลอกส ตรน ไปย งเซลล ใหม ส ตรท ค ดลอกไปเซลล ใหม จะเปล ยนแปลงไปเฉพาะส วนท ไม ได ท าการตร งค าไว เท าน น ม เคร องหมาย $ ท ต าแหน งอ างอ ง คอล มน หร อแถว เช น $A1 หมายถ ง ตร งเฉพาะคอล มน A ไม ตร งแถวท 1 หร อ A$1 ค อ ไม ตร งคอล มน ตร งเฉพาะแถวท 1 เท าน น ต วอย างการใช งาน การอ างอ งเซลล แบบผสม (Mixed References) จากร ปเป นต วอย างตารางส ตรค ณ โดยจะเอาเลขในคอล มน และแถวมาค ณก น (คอล มน A และแถว ท 1) ส ตรในเซลล B2 ค อ =$A2*B$1 $A2 ใช $ เพ อตร งคอล มน A ไว เพราะจะเอาค าจากคอล มน A มาคอล มน เด ยว B$1 ใช $ เพ อตร งแถวท 1 ไว เพราะเอาค าจากแถวท 1 มาแถวเด ยว เม อค ดลอกส ตรจากเซลล B2 ลงมาด านล าง ในเซลล B3 จะม ส ตรเป น =$A3*B$1 จะเห นว า $A3 ม การตร งค าคอล มน A ไว ส วนแถวจะเปล ยนไปตามต าแหน งท ค ดลอกไป ส วน B$1 ม การตร งค าแถวท 1 ไว เช นเด ยวก บการค ดลอกเซลล มาด านขวา ในเซลล C2 จะม ส ตรเป น =$A2*C$1
11 การแก ไขส ตร คนส วนใหญ ท ใช เอ กเซลเม อต องการแก ไขส ตร จะต องคล กท เซลล ข อม ลก อน แล วก ไปคล กท แถบ ส ตร (Formular bar) ซ งอย ด านบนของจอ ท าให เส ยเวลา โดยเฉพาะถ าข อม ลอย บร เวณด านล างของ หน าจอ ก จะท าให เส ยเวลามาก แต ว ธ การท ไม ต องไปคล กท แถบส ตร (Formular bar) ก สามารถแก ไขส ตร ได โดยม ว ธ การท าเช นเด ยวก บการแก ไขข อความปกต ด งน 1. พ มพ ข อม ลตามต วอย าง 2. คล กเล อกช วงเซลล ท ต องการจะแก ไขส ตร จากน นกดแป น <F2> ท ค ย บอร ด หร อ ด บเบ ลคล กในเซลล น น 3. ลบและแก ไขส ตรตามท ต องการ 4. การเปล ยนแปลงช วงของเซลล เช น =MAX(A1:A4) เปล ยนเป น B1:B4 ให คล กหล ง A4 กด แป น Backspace ลบข อความ A1:A4 ออก แล วพ มพ B1:B4 แล วกดแป น <enter> 5. บางคร งการเปล ยนช วงของเซลล ท จะน ามาค านวณ เม อคล กท เซลล ท ม ส ตรอย จะปรากฏเส น กรอบส น าเง นข นมารอบช วงเซลล สามารถคล กค างไว ท เส น แล วลากย อหร อขยายหร อย ายการอ างอ ง เซลล ได
12 การค ดลอกส ตรแบบ AutoFill การสร างส ตรแล วหากต องการค ดลอกไปย งเซลล อ น ๆ ท อย ต ดก นสามารถท าได ง าย ด วยว ธ การ ท เร ยกว า AutoFill ด งน 1. จากข อม ลคล กท A5 ม ส ตร =SUM(A1:A4) สามารถใช ส ตรเด ยวก นในเซลล B5 ซ งจะเป นการ ค านวณข อม ลของเซลล B1:B4 2. คล กท เซลล A5 3. คล กและลากเมาส ตรงจ ดแฮนเด ล ลากเมาส มาท เซลล B5 4. ส ตรในเซลล B5 ค อ =SUM (B1:B4) ค าตอบค อ 29